การพัฒนาการอ่านภาษาอังกฤษอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนประถมศึกษา
- ศูนย์พัฒนาและประยุกต์วิชาการ ศึกษาศาสตร์ มสธ.
- 24 minutes ago
- 2 min read
รองศาสตราจารย์ ดร.อารีรักษ์ มีแจ้ง
แขนงวิชาหลักสูตรและการสอน สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
บทนำ
การอ่านอย่างมีวิจารณญาณเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ที่ช่วยให้ผู้เรียนไม่เพียงเข้าใจสิ่งที่อ่าน เท่านั้น แต่ยังสามารถคิด วิเคราะห์ และประเมินเนื้อหาได้อย่างมีเหตุผล ในการจัดการเรียนการสอน ภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะในระดับประถมศึกษา การอ่านจึงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการรู้คำศัพท์หรือการแปล ความหมายตามตัวอักษร แต่ควรเป็นกระบวนการที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ตั้งคำถาม คิดไตร่ตรอง และแสดง ความคิดเห็นต่อสิ่งที่อ่านตั้งแต่ช่วงต้นของการเรียนรู้
อย่างไรก็ตาม ในบริบทของโรงเรียนไทย การสอนอ่านภาษาอังกฤษในระดับประถมศึกษาส่วนใหญ่มัก ให้ความสำคัญกับการวัดความเข้าใจในระดับพื้นฐานเป็นหลัก ส่งผลให้การพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง โดยเฉพาะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ยังไม่ถูกนำมาใช้ในชั้นเรียนอย่างเป็นระบบ บทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อนำเสนอแนวคิดและตัวอย่างการจัดการเรียนรู้ที่ครูสามารถนำไปปรับใช้ เพื่อพัฒนาการอ่านภาษาอังกฤษ อย่างมีวิจารณญาณของผู้เรียนประถมศึกษา ผ่านการเลือกบทอ่านที่เหมาะสมกับวัย เป็นเรื่องใกล้ตัว และใช้ คำถามเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นกระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล
การอ่านภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา: จากความเข้าใจตามตัวอักษรสู่การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551) ได้กำหนด คุณภาพผู้เรียนด้านการอ่านไว้ว่า “เมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 นักเรียนสามารถตอบคำถามจากการอ่าน ประโยค บทสนทนาหรือนิทานง่าย ๆ ได้ และจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนสามารถเลือก/ระบุประโยค และข้อความตรงตามความหมายของสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายที่อ่าน บอกใจความสำคัญและตอบคำถามจาก การอ่านบทสนทนา นิทานง่าย ๆ และเรื่องเล่า”
จากข้อกำหนดดังกล่าว จะเห็นได้ว่าหลักสูตรได้วางลำดับของสื่อการอ่านอย่างเหมาะสม เริ่มจากการ อ่านในระดับประโยค ก่อนพัฒนาไปสู่การอ่านข้อความ บทสนทนา นิทาน และเรื่องเล่า สิ่งที่ผู้เรียนต้อง สามารถปฏิบัติได้หลังการอ่าน คือ การบอกใจความสำคัญและการตอบคำถาม ซึ่งคำถามที่ใช้ในทางปฏิบัติมัก เป็นคำถามประเภท Yes/No questions และ Wh-questions ที่เน้นการวัดความเข้าใจตามตัวอักษร
แม้ว่าคำถามลักษณะนี้จะมีความจำเป็นในช่วงเริ่มต้นของการสอนอ่าน แต่หากใช้เพียงอย่างเดียว อาจ ทำให้การสอนอ่านภาษาอังกฤษหยุดอยู่แค่การจำคำศัพท์ การแปลเนื้อหา หรือการหาคำตอบจากข้อความ โดยตรง ครูจึงควรปรับการเรียนการสอนไปสู่ “การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ” ซึ่งหมายถึง ความสามารถในการ คิดวิเคราะห์ ตีความ ตั้งคำถาม และประเมินสิ่งที่อ่านอย่างมีเหตุผล โดยการคิดที่มีคุณภาพเริ่มต้นจากคำถามที่ ดี การให้เหตุผล และการพิจารณาข้อมูลอย่างรอบคอบ (Paul & Elder, 2006)
หลายคนอาจมองว่าการคิดอย่างมีวิจารณญาณเป็นเรื่องยาก และเหมาะกับผู้เรียนในระดับที่สูงกว่า ประถมศึกษา อย่างไรก็ตาม ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของ Piaget (1972) ผู้เรียนระดับประถม ศึกษาอยู่ในขั้นของการปฏิบัติการคิดแบบรูปธรรม (Concrete operational stage) ซึ่งสามารถคิดอย่างมี เหตุผลเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นรูปธรรมและใกล้ตัวได้ หากครูออกแบบกิจกรรมให้มีบริบทชัดเจน เป็นเรื่องที่ผู้เรียน คุ้นเคย และเปิดโอกาสให้ได้อธิบายเหตุผลของตนเอง นอกจากนี้ แนวคิดพื้นที่รอยต่อของพัฒนาการ หรือ Zone of Proximal Development (ZPD) ของ Vygotsky (1978) ยังชี้ให้เห็นว่า ผู้เรียนสามารถพัฒนา ความสามารถให้สูงขึ้นได้ หากได้รับการชี้แนะและการสนับสนุนอย่างเหมาะสมจากครู ดังนั้น หากครูจัดการ เรียนการสอนอ่านภาษาอังกฤษอย่างเป็นระบบ ใช้คำถามชี้นำ และให้ความช่วยเหลือที่สอดคล้องกับศักยภาพ ก็จะสามารถพัฒนาทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณของผู้เรียนได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป
แนวทางการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
การสอนอ่านอย่างมีวิจารณญาณในระดับประถมศึกษาสามารถทำได้หลายวิธี บทความนี้ขอยกตัวอย่าง การใช้ “คำถาม” เป็นเครื่องมือหลัก เนื่องจากเป็นสิ่งที่ครูสามารถนำไปใช้ได้ทันที ทั้งในการถาม-ตอบในชั้น เรียน และการออกแบบการวัดและประเมินผล โดยเน้นคำถามที่ช่วยให้ผู้เรียนได้คิดภายใต้บริบทที่เป็นรูปธรรม และใกล้ตัว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าครูไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเนื้อหาบทอ่านที่ใช้ แต่สามารถพัฒนาการอ่านอย่างมี วิจารณญาณได้จากการปรับลักษณะของคำถามที่ใช้กับบทอ่านเดิม ดังนี้
ตัวอย่างที่ 1: การอ่านประกาศของหาย

คำถามระดับพื้นฐาน
1. Who lost a water bottle?
2. What color is it?
3. Where did she lose it?
4. When did she lose it?
5. What should you do if you find it?
คำถามกระตุ้นการคิดขั้นสูง
1. Why did Anna write this notice?
2. Where can we see this notice at school?
3. What should you do if you find a lost item?
4. Why is it important to return lost things?
5. How would Anna feel if someone returns the bottle?
ตัวอย่างที่ 2: การอ่านเรื่องเล่าเพื่อพัฒนาการคิดเชิงจริยธรรม

คำถามระดับพื้นฐาน
1. Where did Tim find the wallet?
2. What did he do with the wallet?
3. How did he feel at night?
4. Who did he give the wallet to?
5. How did the owner feel at the end?
คำถามกระตุ้นการคิดขั้นสูง
1. Was it good or bad to take the wallet home? Why?
2. Why did Tim feel nervous after he picked up the wallet?
3. Which action in the story shows that Tim is honest? Why?
4. What would you do if you found a wallet at school? Why?
5. Why is honesty important in everyday life?
บทบาทของครูในการส่งเสริมการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
ครูมีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความคิดมากกว่าผู้ถ่ายทอดคำตอบ การใช้คำถาม ปลายเปิด การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย และการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ ปลอดภัย ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพัฒนาคุณภาพการคิดของผู้เรียน การตอบผิดไม่ควรถูกมองว่าเป็นความ ล้มเหลว แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้
สรุป
ผู้เรียนระดับประถมศึกษาสามารถพัฒนาทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณได้ หากครูออกแบบการ เรียนรู้ที่เหมาะสมกับพัฒนาการของผู้เรียน เริ่มจากบทอ่านที่สั้น เข้าใจง่าย และใกล้ตัว ใช้คำถามที่กระตุ้นให้ ผู้เรียนคิดและให้เหตุผล พร้อมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ การปลูกฝังทักษะการ อ่านอย่างมีวิจารณญาณตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจะช่วยวางรากฐานสำคัญให้ผู้เรียนเติบโตเป็นผู้อ่านที่มี คุณภาพในอนาคต
บรรณานุกรม
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุม สหกรณ์
การเกษตรแห่งประเทศไทย.
Paul, R., & Elder, L. (2006). Critical thinking: The nature of critical and creative thought. Foundation for
Critical Thinking.
Piaget, J. (1972). The psychology of the child. Basic Books.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard
University Press.








